ผ้าทอกะเหรี่ยง

ผ้าทอกะเหรี่ยง จังหวัดราชบุรี

 

 

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์

บ้านบึงเหนือได้ชื่อว่าเป็นแหล่งทอผ้ากะเหรี่ยงที่เป็นที่รู้จักและใหญ่ที่สุดของไทย กะเหรี่ยงในจังหวัดราชบุรี ที่มีการอนุรักษ์วิธีการทอผ้า ลวดลายผ้า ผลิตภัณฑ์ผ้าทอกะเหรี่ยง ชุดแต่งกายสตรีแบบดั้งเดิม ชาวกะเหรี่ยงภายในพื้นที่จังหวัดราชบุรีและผู้ที่สนใจผ้าทอกะเหรี่ยงจะต้องมาหาซื้อผ้าทอกะเหรี่ยงที่บ้านบึงเหนืออยู่เสมอ และเป็นแหล่งเดียวที่สามารถมองเห็นพัฒนาการของการทอผ้าที่มีการสืบทอดจากอดีต ยังคงรักษาภูมิปัญญาการทอได้จนถึงปัจจุบัน

จากการสัมภาษณ์ผู้นำชุมชนและกลุ่มสตรีทอผ้ากะเหรี่ยงได้กล่าวถึงความเป็นมาของผ้าทอกะเหรี่ยงจังหวัดราชบุรี พบว่าการทอผ้ากะเหรี่ยงของชาวกะเหรี่ยงบ้านบึงเหนือมีมาแต่อดีต เนื่องจากการดำเนินชีวิตของชาวกะเหรี่ยงที่เคร่งครัดในเรื่องประเพณีวัฒนธรรม พิธีกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างบ้านเรือนหรือการแต่งกายที่ผู้หญิงกะเหรี่ยงเกือบทุกครัวเรือนในหมู่บ้านจะต้องทอผ้าเป็น คือเมื่อแต่งงานมีลูกจะต้องทอผ้าไว้ให้ลูกเป็นผ้าสีขาว เมื่อครบเก้าเดือนคลอดลูกก็จะทอผ้าได้หลายผืน นำผ้ามาตัดเย็บเป็นเสื้อผ้าให้ลูกใส่อย่างง่ายๆ

ผ้าที่ทอใช้ในชีวิตประจำวันจะเป็นเสื้อกะเหรี่ยง ซิ่นหรือหนึ่ย ย่าม ผ้าโพก ผ้าห่ม หรือผ้าชนิดอื่นๆ จะเน้นความสวยงามและความหนาของเนื้อผ้า เพราะว่าหมู่บ้านติดเขตชายแดน ภูเขา และมีป่าไม้มาก มีอากาศหนาวเย็น จึงต้องใส่เสื้อผ้าหนา เพื่อความอบอุ่นแก่ร่างกาย ซึ่งต่อมาความเจริญมีมากขึ้น การแต่งกายของชาวกะเหรี่ยงก็เริ่มเปลี่ยนไปตามสมัยนิยม แต่ก็ยังคงรักษาวัฒนธรรมประเพณีการแต่งกายไว้บ้าง จะมีการแต่งกายด้วยชุดกะเหรี่ยงประจำท้องถิ่น ในงานประเพณีต่างๆ เช่น ประเพณีกินข้าวห่อ งานบวช งานแต่งงาน และงานสำคัญอื่นๆ

ในปี 2547 ได้รับงบยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดราชบุรี ในการปรับปรุงศูนย์ทอผ้า ให้มีความพร้อมในการต้อนรับผู้มาเยี่ยมชมซื้อผลิตภัณฑ์ ได้แก่ เสื้อกะเหรี่ยง ผ้าซิ่นกะเหรี่ยง และผลิตภัณฑ์แปรรูปอื่นๆ จนกระทั่งได้รับการคัดสรรผลิตภัณฑ์ผ้าทอกะเหรี่ยง ให้เป็นหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ในระดับตำบล และระดับอำเภอบ้านคา

ลักษณะที่โดดเด่นของผ้าทอกะเหรี่ยงจังหวัดราชบุรี คือ ลวดลายผ้ามีรูปแบบเป็นลายดั้งเดิมที่สืบทอดต่อกันมาจากบรรพบุรุษ และลวดลายที่ดัดแปลงมาจากลายเดิม ลักษณะเป็นรูปทรงเรขาคณิต แต่ละลวดลายมีความยากง่ายแตกต่างกัน ซึ่งสามารถจำแนกลวดลายผ้ากะเหรี่ยงราชบุรีตามวิธีการสร้างลวดลายได้ 4 ประเภท ดังนี้

 

1. ลายอ่องกึ้ยหรือลายจก คือ ลวดลายที่เกิดจากการสอดด้ายสลับสีเข้าไปบางส่วนของเนื้อผ้า ตามลวดลายและสีในตำแหน่งที่ต้องการ ซึ่งลายจกของชาวกะเหรี่ยงที่พบมีทั้งลายดั้งเดิม และลายที่ดัดแปลง ขึ้นมาใหม่ มีดังนี้

ลายอ่องกึ้ยหรือลายจก แบบดั้งเดิม

1.1 ลายแบบดั้งเดิม เป็นลวดลายโบราณที่นิยม สืบทอดต่อกันมา ลักษณะลวดลายเป็นรูปทรงเรขาคณิต ความสวยงามของลวดลายจกต้องจกลวดลายให้เต็มพื้นที่ มีความนูนออกมาอย่างเห็นได้ชัด นิยมใช้สีสดใส เช่น สีขาว สีเหลือง สีเขียว

ลายใหม่

1.2 ลายใหม่ คือ ลายที่เกิดจากการคิดลายขึ้นมาใหม่หรือมีการประยุกต์ดัดแปลงจากโครงสร้างของลายเก่าให้เป็นลายใหม่ หรือลายที่เกิดจากการทอผิดไปจากลวดลายเดิมแล้วเกิดเป็นลายใหม่

 

2. ลายอ่องทาหรือลายยกดอก คือ ลวดลายที่ทอให้เป็นเส้นนูนตามแนวตั้ง จึงต้องกำหนดลวดลายตั้งแต่ขบวนการขึ้นด้าย สีสันของลายจะใส่สีที่สดใส เช่น อั่ว (สีขาว) โว (สีแดง) บ่าง (สีเหลือง) ยี่ (สีเขียว) ลายทอ ยกดอกนี้เป็นลายหนึ่ยคู้ คือลายเสริมให้เต็มบนผืนผ้า สลับกับการทอมัดหมี่ เพื่อให้เกิดความสวยงาม

ฝีมือแรงงาน คือ คนในชุมชนอย่างแท้จริง ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น จึงทำให้คนในชุมชนมีความผูกพันกันเหมือนญาติพี่น้อง มีการรวมกลุ่มสร้างความเข้าใจให้ตรงกันในการพัฒนาภูมิปัญญา การทอผ้ากระเหรี่ยงที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษ ให้สามารถดำรงอยู่ได้ไม่สูญหายไป และเป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นที่ยอมรับในตลาดปัจจุบัน จนสามารถสร้างรายได้เสริมให้กับชุมชน และสมาชิกภายในกลุ่มได้อีกด้วย2. ลายอ่องทาหรือลายยกดอก คือ ลวดลายที่ทอให้เป็นเส้นนูนตามแนวตั้ง จึงต้องกำหนดลวดลายตั้งแต่ขบวนการขึ้นด้าย สีสันของลายจะใส่สีที่สดใส เช่น อั่ว (สีขาว) โว (สีแดง) บ่าง (สีเหลือง) ยี่ (สีเขียว) ลายทอ ยกดอกนี้เป็นลายหนึ่ยคู้ คือลายเสริมให้เต็มบนผืนผ้า สลับกับการทอมัดหมี่ เพื่อให้เกิดความสวยงาม

 

อุปกรณ์/วัสดุที่ใช้ทำ

1. แผ่นคาดหลัง (อย่ากุงไผย่) แต่เดิมนั้นทำมาจากหนังสัตว์

2. ไม้พันผ้า (เค่อไถ่ย) คือ ไม้รั้งผ้าสำหรับรั้งและพันผ้าที่ทอแล้ว

3. ไม้กระทบ (เน่ยบะ) คือ ไม้กระทบผ้า ทำจากไม้มะเกลือ ยาวประมาณ 70 เซนติเมตร

4. ไม้แยกด้าย (กงคู๊) ไม้แยกด้าย ทำจากไม้ไผ่ยาวประมาณ 60 เซนติเมตร

5. ไม้ไบ่หรือว้าบัง เพื่อแบ่งเส้นด้ายยืน

6. ทะคู่เถิง คือ ไม้ไผ่เจาะรูทั้ง 2 ข้างสำหรับยึดเครื่องทอ

7. เส่ยถึง คือ ไม้ใส่ด้าย ทำจากไม้กลมหนาประมาณ 1 นิ้ว

8. ลุงทุ้ย คือ ไม้ม้วนด้ายพุ่งใช้สำหรับสอดด้ายพุ่ง

9. คองญ่ายฆ่อง คือ ไม้สำหรับยันเท้าสำหรับควบคุมให้ด้ายยืนตึง หรือย่อนในระหว่างทอ

 

เครื่องทอกี่เอวเมื่อเรียงขึ้นเส้นด้ายเสร็จแล้ว

ขั้นตอนการผลิต

1. การเตรียมเครื่องทอผ้า ก่อนที่จะทอผ้าจะต้องมีการเตรียมเครื่องทอผ้าตั้งแต่การปั่นด้าย การกรอด้าย การตั้งเครื่องทอผ้า การขึ้นด้าย มีขั้นตอนการทำดังนี้

1.1 การปั่นด้าย อุปกรณ์ในการปั่นด้ายผ้าทอกะเหรี่ยงราชบุรี ประกอบด้วย หลอดกรอด้าย และเครื่องมือกรอด้าย หลอดกรอด้าย เดิมชาวกะเหรี่ยงใช้วิธีม้วนด้ายด้วยมือให้เป็นก้อน ปัจจุบันใช้ท่อพลาสติกแทน มีความยาวขนาด 10 เซนติเมตร

1.2 การกรอด้ายขวาง ด้ายขวางเป็นด้ายที่สอดเข้าไประหว่างด้ายยืน ทำให้เกิดลวดลายต่างๆเรียกว่า ลุงทุ้ย ใช้ด้ายพันกับไม้ ขนาดยาวประมาณ 1 ฟุตเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 เซนติเมตร

1.3 ตั้งไม้เครื่องทอกี่เอว หลังจากปั่นด้ายเสร็จเรียบร้อยแล้วก็นำด้ายมาขึ้นด้าย

1.4 การขึ้นด้าย หรือการขึ้นเครื่องทอกี่เอว เป็นการนำเอาเส้นด้ายมาเรียงต่อกันอย่างมีระเบียบตามแนวนอน โดยพันรอบกับส่วนประกอบของเครื่องทอ และก่อนที่จะมีการขึ้นด้ายจะต้องมีการเตรียมเส้นด้ายด้วยการปั่นด้าย การตั้งเครื่องทอ การเรียงเส้นด้าย การเปลี่ยนไม้เป็นเครื่องทอ

2. การทอผ้า มีขั้นตอนดังต่อไปนี้

1. เริ่มต้นคล้องด้ายลงที่หลักที่ 1 สาวเส้นด้ายผ่านหลักที่ 2,3,4,5,6,7 นำไปคล้องที่หลักที่ 8 และสาวมาคล้องที่หลักที่ 1

2. ดึงด้ายทั้งหมดให้ตึงเสมอกัน นำมาพันรอบหลักที่ 2

3. ดึงด้ายให้ตึงเสมอกันพาดผ่านด้านหน้าของไม้หลักที่ 3 ถึงไม้หลักที่ 4 เป็นจุดแยกด้าย โดยใช้ด้ายสีขาวอีกกลุ่มหนึ่งเป็นเส้นด้ายตะกอสอดเข้าไประหว่างเส้นด้ายเป็น 2 ส่วนเท่าๆกัน ส่วนที่ไม่ได้คล้องกับตะกอแยกเส้นด้ายผ่านหลังหลักที่ 4 และส่วนที่คล้องตะกอ ดึงเส้นด้ายผ่านด้านหน้าหลักที่ 4

4. รวบด้ายทั้งสองส่วนเข้าด้วยกันให้ตึง พาดผ่านหลักที่ 5,6 พันอ้อมหลักที่ 7

5. ดึงด้ายทั้งหมดให้ตึงพร้อมอ้อมหลักที่ 8 และสาวให้ตึง ดึงกลับมาเริ่มต้นที่หลักที่ 1 ใหม่

6. สอดไม้ทั้งหมดออกจากเครื่องทอ และนำไม้ไบ่ 1 อัน สอดเข้าไปแทนไม้ใส่ตะกอที่ 1 นำไม้ไบ่ 2 อันเข้าสอดเปลี่ยนไม้ใส่ตะกอที่ 2 และไม้ใส่ตะกอที่ 3 ซึ่งต้องใช้ช่วยแยกด้ายเวลาทอแกะดอก ส่วนไม้ไบ่ที่ 2 ใส่กระบอกไม้ไผ่แทน 1 อัน

การสร้างลวดลายบนผ้าทอกะเหรี่ยงราชบุรี มีเทคนิคการทอที่หลากหลายสามารถสร้างลวดลายให้มีความสวยงาม แสดงอัตลักษณ์ของผ้าทอกะเหรี่ยงราชบุรีได้อย่างเด่นชัด ซึ่งสามารถแบ่งเทคนิคการทอและสร้างลวดลายออกได้เป็น 3 ประเภท คือ

1. การทอธรรมดาหรือทอพื้น เป็นการทอลายขัดมีโครงสร้างหลัก โดยการสอดด้ายขวางเข้าไประหว่างด้ายยืนสลับขึ้น 1 ลง 1 หรือขึ้น 2 ลง 2 ตามจำนวนเส้นด้ายที่เรียงไว้ขณะขึ้นเครื่องทอ ผ้าที่ได้จะมีสีเดียวตลอดทั้งผืน ผ้าเรียบสม่ำเสมอ เป็นวิธีการทอขั้นพื้นฐานใช้สำหรับทอเย็บชุดเด็กหญิง เสื้อผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว ย่ามกะเหรี่ยง การทอธรรมดาแบบด้ายยืนและด้ายพุ่ง จะมีจำนวนเท่ากันทั้งผืน

2. การทอลายสลับสี เป็นการทอแบบธรรมดา คือ ใช้เส้นด้ายยืนและเส้นด้ายพุ่งตามปกติ แต่แทรกด้ายสีต่างๆ สลับกันเข้าไป ขณะเรียงเส้นด้ายยืน ส่วนการทอลายมัดหมี่จะใช้ด้ายที่ย้อมติดสีบางส่วนเป็นด้ายยืนก่อนขึ้นเครื่องทอ ใช้วิธีการทอเหมือนการทอผ้าพื้นลายมัดหมี่เป็นลายที่ทอเป็นตัวซิ่น

3. การทอลายจกหรือลายแกะดอก เป็นวิธีการทอลวดลายที่มีเทคนิคการทอ ยากที่สุด ซึ่งมีเส้นพุ่งพิเศษที่สร้างลาดลายควบคู่กันไปขณะที่ทอ ด้วยการใช้นิ้วล้วงเข้าไปในด้ายยืน แล้วเอาด้ายสีต่างๆ แทรกเข้าไปขณะที่ทอสลับกับการสอดด้ายพุ่ง เมื่อทอเป็นผืนแล้ว ด้ายที่แทรกเข้าไปนั้น จะปรากฏเป็นลวดลายนูนบนผืนผ้าทั้งผืนไม่เหมือนกัน การทอลายนี้จะเห็นได้จากตีนซิ่น แต่ละลวดลายมีวิธีการแกะดอกแตกต่างกันออกไป

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: