ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจากรวงข้าว

จากอาหารหลัก สู่ความงาม สวยด้วยสารสกัดจาก ข้าวไทย

“ข้าว” เป็นพืชประเภทหญ้าที่มีความสำคัญต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของมนุษย์ ซึ่งนักประวัติศาสตร์ทราบดีว่าข้าวมีความสำคัญและเกี่ยวข้องกับชีวิตของคนไทย มาช้านาน โดยมีตำนานเล่าขานและมีประเพณีสืบทอดเกี่ยวกับข้าวมากมายนับแต่อดีตจนถึง ปัจจุบัน รวมทั้งประชากรของไทย เรานั้นได้บริโภคข้าวเป็นอาหารหลักที่ให้พลังงานแก่ชีวิตในแต่ละวันด้วย ปัจจุบันนี้มีวิวัฒนาการที่ก้าวไกลมาก นอกจากข้าว จะเป็นอาหารหลักของเราแล้ว ยังสามารถนำมาสกัดเป็นเครื่องสำอางประทินความงามให้กับผิวพรรณได้อีกด้วย

รวงข้าวที่ไม่อ่อนเกินไปหรือแก่เกินไปจะอุดมไปด้วย กรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายสูงซึ่งสามารถช่วยเสริมกลไกการทำงานของกรดอะมิ โนในร่างกายได้ อ.ดร.ไฉน น้อยแสง หัวหน้าแผนกวิจัย วิทยาลัยการแพทย์ไทย มหาวิทยาลัยเทคโน โลยีราชมงคลธัญบุรี ให้ความรู้ว่า จากการศึกษาพบว่าในรวงข้าว มีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายสูง โดยสารตัวนี้จะมีคุณสมบัติในการซ่อมแซมเซลล์ส่วนที่สึก หรอที่เป็นดีเอ็นเอในร่างกายของ มนุษย์เรา เช่น ผิวหนัง เส้นผม รวมทั้งช่วยในการบำรุงผิว

ที่สำคัญยังค้นพบว่าในรวงข้าวนั้นมีสาร แกมมา-ออไรซานอล (Gamma-Oryzanol) และ ออไรซา-เซราไมด์ (Orysa- Ceramide) ที่มีประโยชน์ต่อ ผิวมาก เพราะมีฤทธิ์ในการลดอนุมูลอิสระไม่ให้มีปฏิกิริยาต่อ ผิว ทำให้ผิวหนังชุ่มชื้นและต้านการอักเสบ สารชนิดนี้จึงมีความ ปลอดภัยสูงมาก โดยจากการวิจัย พบว่าสารแกมมา-ออไรซานอล นี้เป็นสารที่ต้านอนุมูลอิสระได้ดี ที่สุดเมื่อเทียบกับวิตามินซีและอี ส่วนออไรซา-เซราไมด์ ช่วยทำให้ผิวหนังชุ่มชื้นเรียบเนียน ไม่ เกิดริ้วรอยเหี่ยวย่น ป้องกันรังสียูวีจากแสงแดดและมีคุณสมบัติเป็นไวเทนเนอร์ โดยสามารถยับ ยั้งกระบวนการการสังเคราะห์ เมลานิน

การนำข้าวมาสกัดเป็นสารเติมแต่งในเครื่องสำอางนั้น ได้มีการคิดค้น วิจัย ทดลอง และวิเคราะห์ขึ้นมาจากกระบวนการเรียนการสอนของอาจารย์และนักศึกษาที่ได้ร่วม กันทดสอบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยความทุ่มเทเพื่อพัฒนาสิ่งที่ดี ที่สุดให้กับชุมชน ซึ่งจุดเด่นของเราอยู่ที่การเรียนการสอนพัฒนาหลักสูตรต่าง ๆ ให้ดียิ่งขึ้นเพื่อเผยแพร่เป็นประโยชน์ต่อชุมชน ส่วนผลิตภัณฑ์นั้นถือว่าเป็นผลพลอยได้ที่เราคิดค้นขึ้นมาใช้เองหรือจำหน่าย

 

ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจากรวงข้าวที่คิดค้นขึ้นมามี 4 ชนิด ประกอบด้วย

1. แชมพูสระผมผสมสารสกัดจากรวงข้าว ช่วยทำความสะอาดหนังศีรษะและซ่อมแซมเส้นผมแตกปลายให้กลับชุ่มชื่น

2. ครีม นวดผมผสมสารสกัดจากรวงข้าว ช่วยซึมซาบให้ผมนุ่มเรียบลื่นจากรากผมจดปลายผมด้วยคุณค่าจากสารสกัดน้ำมัน ข้าว อุดมด้วยโปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุ ซ่อมแซมเส้นผมแตกปลายให้กลับชุ่มชื่นมีชีวิตชีวา

3. โลชั่นบำรุงผิวผสมสารสกัด จากรวงข้าว เพิ่มความชุ่มชื้น ทำ ให้ผิวกระชับ เต่งตึงแลดูอ่อนกว่าวัย

4. สบู่เหลวผสมสารสกัดจากรวงข้าว ช่วยให้ผิวเต่งตึง ต้านอนุมูลอิสระ ให้ผิวกายสะอาดสดใส พร้อมคุณค่าบำรุงจากน้ำนมข้าว ที่สำคัญ ทั้ง 4 ผลิตภัณฑ์จะมีกลิ่นหอมจากธรรมชาติของข้าวด้วย

สำหรับขั้นตอนการทำ ผลิตภัณฑ์นั้นเริ่มจากการคัดเลือก ข้าว ซึ่งเราจะใช้วิธีการคัดเลือกสมุนไพรแบบภูมิปัญญาไทยคือต้องเลือกข้าวที่ไม่ อ่อนเกินไปหรือแก่เกินไปเพราะถ้าอ่อนเกินไปจะได้สารอาหารไม่ครบแต่ ถ้าหากแก่เกินไปสารอาหารบาง ส่วนก็จะลดน้อยลง อย่างเช่น ข้าวที่เรารับประทานอยู่ทุกวัน นั้นต้องรอให้ปริมาณของคาร์โบไฮเดรตมีจำนวนมากพอจึงจะ นำมารับประทานเพราะเน้นให้พลังงาน จึงแตกต่างจากข้าวที่เราจะนำมาสกัดเพื่อเติมแต่งใน เครื่องสำอางที่เน้นสารบำรุงผิว จึงต้องใช้กึ่งอายุของข้าวและเป็นข้าวหอมมะลิเพราะมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว

เมื่อเลือกข้าวแล้วนำเมล็ด มาหมักประมาณ 3 อาทิตย์ โดยเอาส่วนที่เป็นตัวอ่อน (embryo) และเม็ดแป้งของเนื้อในเมล็ดข้าวที่แยกเอาเปลือกออก แล้วนำมาคั้นกับน้ำสะอาด หลังจากนั้นนำสารสกัดข้าวมาเตรียมเป็นสารสกัดที่อยู่ในรูปผงแห้งเพื่อ นำมาละลายในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ซึ่งส่วนประกอบเครื่องสำอางเราจะใช้ส่วนผสมที่เป็นสมุนไพรดั้งเดิมที่มี ประวัติการ ใช้อยู่แล้ว อย่างเช่น ถ้าเป็น แชมพูสระผมจะเลือกใช้สารตัวชำระล้างที่มีคุณสมบัติอ่อนโยน เช่น ประคำดีควาย หากเป็นโลชั่น บำรุงผิวนอกจากจะเติมสารสกัดจากรวงข้าวเพื่อบำรุงผิวแล้วยังเพิ่มที่มี คุณสมบัติป้องกันแสงแดดซึ่งผ่านการทดสอบแล้วว่าไม่ทำให้เกิดการระคายเคือง

ปริมาณในการเติมสารสกัดจากรวงข้าวนั้นจะใส่ในปริมาณที่พอดี ไม่มากเกินไปเพราะจะทำให้ต้นทุนสูงแต่คุณ สมบัติที่ได้คงที่ จึงใช้แค่ 2-5 เปอร์เซ็นต์ ส่วนสารกันเสียนั้นถ้าหากเราทำใช้เองก็ไม่ต้องใส่สาร กันเสีย จะมีอายุประมาณ 2 เดือน แต่หากทำไว้เพื่อการขายจำเป็นต้องใช้เพราะเราไม่สามารถ ควบคุมการใช้ของผู้บริโภคได้ว่ามีการเก็บถูกต้องหรือไม่ อย่างไรก็ตาม จากการวิจัยพบว่าสารกันเสียไม่ได้ทำให้คุณประโยชน์ของส่วนผสมต่าง ๆ ของเครื่องสำอางลดน้อยลงแต่เราต้องใช้ในปริมาณที่เหมาะสมไม่เช่นนั้นอาจเกิด การระคายเคืองได้

สำหรับในอนาคต ทางวิทยาลัยมีเป้าหมายที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางผสมสาร สกัดจากรวงข้าวและพืชสมุนไพร อื่น ๆ เพื่อใช้กับผิวและผิวหน้าที่ มีความบอบบาง โดยการนำเทค โนโลยีใหม่มาใช้ในการพัฒนาตำรับเครื่องสำอาง เพื่อให้ระบบการนำส่งสารออกฤทธิ์ธรรมชาติดีขึ้นและมีประโยชน์สูงสุด ซึ่งนอกจากข้าวจะนำมาสกัดเติมแต่งในผลิตภัณฑ์ทั้ง 4 ชนิดแล้ว ยังสามารถนำมาสกัดใช้เป็นเซรั่มบำรุงผิวได้ แต่ต้องใช้ในปริมาณที่มาก และมีค่าใช้จ่ายสูง

ขั้นตอนและกรรมวิธีการ ผลิตนั้น อาจารย์ไฉน บอกว่า ไม่หวงสูตรและพร้อมที่จะสาธิตเผยแพร่สูตรต่าง ๆ ที่ได้คิดค้นขึ้นมาในครั้งนี้ให้ประชาชนได้ รับทราบ โดยจะนำไปสาธิตในงาน “กาชาดและของดีจังหวัดปทุมธานี” ระหว่างวันที่ 22-31 พฤษภาคม 2552 ที่ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต หากใครสนใจสามารถไปชมการสาธิตและจดสูตรไปทดลองทำกัน ได้ ซึ่งเชื่อว่าจะมีประโยชน์กับประชาชนในการทำเครื่องสำอางใช้เองได้ตาม ภูมิปัญญาไทยหรือนำไปเป็นอาชีพได้เหมาะกับภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน.

 

ที่มา: เดลินิวส์ วันที่ 24 พฤษภาคม 2552

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: